เตือนภัย! ลุยน้ำท่วมมีโอกาสเชื้อโรคผ่านเข้าสู่ปากช่องคลอด

2021-10-15T11:17:10+07:00

เตือนภัย! ลุยน้ำท่วมมีโอกาสเชื้อโรคผ่านเข้าสู่ปากช่องคลอด เตือนภัย! ลุยน้ำท่วมมีโอกาสเชื้อโรคผ่านเข้าสู่ปากช่องคลอด สถานการณ์ตอนนี้เกิดสภาวะน้ำท่วมหรือน้ำท่วมฉับพันในหลายพื้นที่ ถ้าช่วงนี้ใครที่ต้องลุยน้ำหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแช่น้ำก็ต้องระวังกินนิดนึง โดยปกติหากไม้ได้แช่น้ำนานมากโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ช่องคลอดน้อยมาก เพราะโดยปกติปากช่องคลอดของผู้หญิงจะแนบติดกันอยู่ แต่ถ้าหากมีการเช้าน้ำนานๆ จากการหนีภัยน้ำท่วม จะเพิ่มโอกาสที่ปากช่องคลอดจะเปิดจากการยกขา ปีนป่าย แยกขาในบางจังหวะ ซึ่งอาจจะเปิดโอกาสให้บริเวณปากช่องคลอดเปิดจนสามารถทำให้มีน้ำบางส่วนที่เป็นเชื้อโรคผ่านเข้าไปได้ ถึงแม้เชื้อโรคที่มาจากน้ำจะสามารถเข้าไปได้ แต่บริเวณปากช่องคลอดจะมีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์อยู่ในนั้นมีกลไกลป้องกันการติดเชื้ออยู่แล้ว ยกเว้นหากมีแผลถลอกหรือสภาพความเป็นกรดด่างไม่ดีอาจนำเชื้อโรคเข้ามาได้ แต่ส่วนใหญ่เชื้อโรคที่จะผ่านเข้ามาในปากช่องคลอดจะไม่สามารถผ่านเข้าไปลึกจนถึงโพรงมดลูกได้ เพราะบริเวณปากมดลูกจะมีเมือกเหนียวๆ กันไว้อยู่ ยกเว้นกรณีช่วงระหว่างมีประจำเดือนปากมดลูกจะเปิดให้ไหลออกมา ซึ่งหากไหลออกมาได้ก็จะมีช่องทางให้เชื้อโรคที่มากับน้ำเข้ามาอยู่ในมดลูกได้ รวมทั้งผู้หญิงที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ใกล้คลอด ปากมดลูกจะเปิดกว้าง หรือเพิ่งคลอดใหม่ๆ ปากมดลูกจะเผยอโอกาสที่จะติดเชื้อก็จะสูงขึ้น เมื่อเชื้อโรคผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกแล้ว จะทำให้เกิดการอักเสบทั้งตัวมดลูก และอาจจะติดเชื้อลุกลามเข้าไปในปีกมดลูก ช่องท้อง เป็นฝีในช่องท้อง อาจะถึงขั้นอันตรายรุนแรงเป็นหนองในช่องท้องมีโอกาสเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนที่เสี่ยง เช่น [...]

เตือนภัย! ลุยน้ำท่วมมีโอกาสเชื้อโรคผ่านเข้าสู่ปากช่องคลอด2021-10-15T11:17:10+07:00

ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่?

2021-10-15T10:54:04+07:00

ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่? ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่? คู่สามีภรรยาที่เริ่มเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก อาจเกิดจากสาเหตุได้ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในกรณีที่ฝ่ายชายคุณภาพอสุจิไม่อยู่ในเกณฑ์ จนไม่สามารถตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติได้นั้น เช่น เป็นหมันโดยวิธีธรรมชาติ หรือเป็นหมันโดยวิธีทางการแพทย์ ถ้าต้องการที่จะมีบุตร อาจจะต้องใช้วิธีการใช้อสุจิบริจาคในการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยการบริจาคอสุจิเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่การบริจาคอสุจิเพื่อการค้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และสถานพยาบาลในประเทศไทยก็ยังมีธนาคารอสุจิสำหรับคู่ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากแบบถูกกฎหมายอีกด้วย ซึ่งหลายคนจึงทราบว่าธนาคารอสุจิเป็นที่สำหรับเก็บรักษาอสุจิ ซึ่งอสุจิที่เก็บจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อสุจิจากผู้บริจาคที่ไม่แสดงตัว และอสุจิจากผู้ชายที่ต้องการเก็บอสุจิไว้ โดยอสุจิที่สามารถฝากได้จะต้องเข้าข่ายหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ จึงจะสามารถฝากอสุจิได้ 1.อสุจิจากฝ่ายชายที่ต้องการเก็บเพื่อรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้ เมื่อจะนำมาใช้ในภายหลังจะต้องใช้เฉพาะกับภรรยาที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ได้แก่ ฝ่ายชายที่ไม่สามารถเข้ามาเก็บอสุจิในวันที่จะใช้ปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ของภรรยา ฝ่ายชายที่ต้องเข้ารับการรักษาโรคประจำตัวที่ต้องมีการผ่าตัดอัณฑะ ฉายแส และทำเคมีบำบัด 2.อสุจิจากผู้ที่ต้องการบริจาคเพื่อให้คู่สมรสที่มีความจำเป็นต้องใช้อสุจิบริจาค เช่น กรณีสามีไม่มีอสุจินำมาใช้ปฏิสนธิเพื่อให้ภรรยาตั้งครรภ์ [...]

ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่?2021-10-15T10:54:04+07:00

ผู้หญิงมีลูกช่วงอายุ 35-39ปี ลูกจะฉลาดพัฒนาการดีจริงหรือไม่?

2021-10-06T15:27:43+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ ผู้หญิงมีลูกช่วงอายุ 35-39ปี ลูกจะฉลาดพัฒนาการดีจริงหรือไม่? ผู้หญิงมีลูกช่วงอายุ 35-39ปี ลูกจะฉลาดพัฒนาการดีจริงหรือไม่? ช่วงอายุของผู้หญิงเป็นตัวกำหนดการเจริญพันธุ์ที่สำคัญ เพราะคุณภาพรังไข่ของผู้หญิงจะเสื่อมลงตามกาลเวลาและช่วงอายุ ข้อมูลวิจัยในการแพทย์พบว่า เมื่ออายุผู้หญิงเกิน 35 ปี คุณสมบัติของรังไข่ ในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์จะลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นเมื่อคุณภาพรังไข่ลดลง คุณภาพของตัวอ่อนที่ได้จากการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์ก็จะลดลงเช่นกัน จากข้อมูลที่ว่า “มีลูกช่วงอายุ 35 ปี ไปจนถึง อายุ 39 ปี เป็นช่วงที่จะตั้งครรภ์แล้วลูกจะฉลาดพัฒนาดี” ข้อมูลวิจัยนี้เป็นกลุ่มการศึกษางานวิจัยที่ไม่ได้ศึกษาเชิงการแพทย์อย่างเดียว แต่ศึกษาในเชิงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ในแง่ที่ว่าผู้หญิงช่วงอายุ 35-39 ปี จะเป็นช่วงที่พร้อมด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น มีการงานมั่นคง เริ่มมีฐานะ เพราะฉะนั้นเมื่อลูกที่เกิดออกมาก็จะสามารถให้การเลี้ยงดูลูกที่ดีได้ [...]

ผู้หญิงมีลูกช่วงอายุ 35-39ปี ลูกจะฉลาดพัฒนาการดีจริงหรือไม่?2021-10-06T15:27:43+07:00

วิตามินและแร่ธาตุกับแม่ตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร?

2021-10-06T12:38:12+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ วิตามินและแร่ธาตุกับแม่ตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร? วิตามินและแร่ธาตุกับแม่ตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร? “แม่ตั้งครรภ์” ต้องเสริมวิตามินและแร่ธาตุมากกว่าคนปกติ เพราะจะช่วยบำรุงทั้งแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ หากได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย อาจจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้โดยตรง ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ประกอบด้วย ธาตุเหล็ก (Iron supplement) จำเป็นอย่างมากในช่วงตั้งครรภ์ เพราะธาตุเหล็กมีส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน ซึ่งอยู่ในเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซล์ต่างๆ ของร่างกายทั้งของแม่และทารก โดยทารกในครรภ์จะดึงธาตุเหล็กในเลือดของแม่ไปสร้างเม็ดเลือดแดงของตัวทารกเองอยู่ตลอดเวลา และเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเสียเลือดในขณะคลอดบุตรด้วย ซึ่งปริมาณธาตุเหล็กที่แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน โดยแพทย์จะแนะนำให้รับประทานธาตุเหล็กในรูปของยาบำรุงเลือด ตลอดระยะตั้งครรภ์ร่วมกับการรับประทานอาหารชนิดต่างๆ สำหรับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ ตับ งา ลูกพรุน เนื้อแดง ผักโขม ไข่แดง เม็ดถั่วลันเตา ถั่วแดง สาหร่ายทะเล เป็นต้น [...]

วิตามินและแร่ธาตุกับแม่ตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร?2021-10-06T12:38:12+07:00

มะเร็งปากมดลูก ภัยใกล้ตัวที่ผู้หญิงมองข้าม

2021-10-06T11:53:26+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ มะเร็งปากมดลูก ภัยใกล้ตัวที่ผู้หญิงมองข้าม มะเร็งปากมดลูก ภัยใกล้ตัวที่ผู้หญิงมองข้าม สำหรับผู้หญิงมะเร็งปากมดลูกถือเป็นโรคที่ต้องให้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก คนมักจะไม่ค่อยตระหนกกับโรคนี้สักเท่าไหร่ เพราะเป็นโรคมะเร็งที่อยู่ลึกไปข้างในตัวเรา ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักจะตื่นตัวกับโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งที่เห็นจากภายนอกร่างกาย แต่ว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นภัยที่ฆ่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งสติไม่เคยลดลงเลยตลอด 30 – 40ปีที่ผ่านมา เราจึงมีการณรงค์ต่อสู้กับโรคมะเร็งปากมดลูกนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นโรคที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะในปัจจุบันมีผู้ป่วยรายใหม่จากโรคมะเร็งปากมดลูก ปีละประมาณ 10,000 คนต่อปี ถ้าคิดเป็นวัน เฉลี่ยวันละ 27 คนต่อวัน และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกประมาณ 5,200 คนต่อปี เฉลี่ยเป็น 14 คนต่อวัน สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก? [...]

มะเร็งปากมดลูก ภัยใกล้ตัวที่ผู้หญิงมองข้าม2021-10-06T11:53:26+07:00

ผู้ชายมีอาการหลั่งเร็ว ผิดปกติหรือไม่?

2021-10-05T17:18:00+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ ผู้ชายมีอาการหลั่งเร็ว ผิดปกติหรือไม่?  ผู้ชายมีอาการหลั่งเร็ว ผิดปกติหรือไม่?  อาการหลั่งเร็ว (Premature ejaculation) หมายถึง การที่ฝ่ายชายไม่สามารถหน่วงเหนี่ยวการหลั่งน้ำอสุจิได้นานพอที่จะทำให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบได้บ่อยถึงร้อยละ 30-40 ของชายวัยเจริญพันธุ์  และสร้างความเดือดร้อนทั้งกับตัวคุณผู้ชายเอง และรวมไปถึงคุณผู้หญิงที่เป็นคู่นอน อาจส่งผลให้เกิดเป็นปัญหาร้าวฉานทางความสัมพันธ์ตามมาอย่างมากมาย ถึงแม้โรคนี้จะเป็นกันมากในกลุ่มคุณผู้ชาย แต่กลับมีน้อยมากที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์แบบจริงๆจังๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะฝ่ายชายไม่ตระหนักถึงปัญหา และอายที่จะมาพบแพทย์ บางรายงานเชื่อว่าภาวะนี้อาจเป็นกันมากถึงร้อยละ 75 เลยทีเดียวก็เป็นได้ ใครบ้างที่ถือว่าหลั่งเร็ว? เกณฑ์ในการวินิจฉัยอาการหลั่งเร็ว ยึดหลักสำคัญ 3 ประการได้แก่ เกิดการหลั่งน้ำอสุจิ หลังจากมีการกระตุ้นทางเพศแต่เพียงเล็กน้อย โดยอาจเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการสอดใส่ หรือในขณะที่กำลังสอดใส่ [...]

ผู้ชายมีอาการหลั่งเร็ว ผิดปกติหรือไม่?2021-10-05T17:18:00+07:00

จะทราบได้อย่างไรว่าสามีเป็นหมัน

2021-10-05T17:06:01+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ จะทราบได้อย่างไรว่าสามีเป็นหมัน จะทราบได้อย่างไรว่าสามีเป็นหมัน อาจารย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช ได้ตอบกลับของกรณีนี้ที่ว่า เคยมีบุตรกับสามีคนก่อนมาแล้ว แต่ตอนนี้มาอยู่กับสามีคนใหม่แต่ดันไม่ได้มีบุตรง่ายเหมือนที่ผ่านมา ปล่อยธรรมชาติมาหลายปีก็ยังไม่ติด วิธีการสืบค้นหาสาเหตุของการมีบุตรยากจริงๆเหมือนกันทุกคนนะครับ วิธีที่คุณหมอต้นแนะนำ คือ การตรวจอสุจิ คุณภาพของอสุจิมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่ 4 อย่าง ปริมาณน้ำอสุจิต่อการหลั่ง 1 ครั้ง ที่คำนึงถึงเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อมีเพศสัมพันธ์อสุจิในช่องคลอดต้องละลายตัวรวมกับมูกของปากมดลูก และว่ายเข้าไปผ่านโพรงมดลูกและว่าไปจนสุดท่อรังไข่และพบกับไข่บริเวณปลายท่อรังไข่ ความเข้มข้นของอสุจิ โดยปกติต้องมี 15 ล้านตัวต่อปริมาณน้ำ 1 มิลลิลิตร เพราะฉะนั้นถ้ามีจำนวนเยอะพอก็จะสามารถว่ายไปจนถึงปลายทาง การเคลื่อนไหวของอสุจิ อสุจิเอง ต้องมีการเคลื่อนไหวดี [...]

จะทราบได้อย่างไรว่าสามีเป็นหมัน2021-10-05T17:06:01+07:00

การบริจาคไข่ & การใช้ไข่บริจาค แบบถูกกฎหมาย

2021-10-01T14:53:28+07:00

การบริจาคไข่ & การใช้ไข่บริจาค แบบถูกกฎหมาย การบริจาคไข่ & การใช้ไข่บริจาค แบบถูกกฎหมาย การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยวิธีเด็กหลอดแก้วแม้จะมีอัตราการรักษาที่ผลสำเร็จสูง แต่ก็ยังมีบางคู่สมรสที่ไม่อาจจะสามารถใช้เซลล์สืบพันธุ์ของคู่สมรสตัวเองในการรักษาได้ “การบริจาคไข่&การใช้ไข่บริจาค” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคู่สมรสที่มีปัญหาจากทางฝ่ายหญิง ซึ่งในประเทศไทยมีกฎหมายรองรับการบริจาคไข่&การใช้ไข่บริจาคแบบถูกกฎหมาย แต่ห้ามใช้เพื่อการค้าเด็ดขาดเพราะจะผิดกฎหมายเข้าข่ายการค้ามนุษย์ หลักเกณฑ์ของผู้ที่สามารถใช้ไข่บริจาคได้ สำหรับคู่สมรสที่ไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ด้วยไข่ของตัวเอง และต้องการใช้ไข่บริจากจะต้องมีการประเมินจากแพทย์ก่อน จะไม่สามารถขอใช้ไข่บริจาคได้ทันที โดยต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ เคยรักษามีบุตรยากด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว เริ่มเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่แต่รังไข่ไม่มีการตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ หรือถึงกระบวนการย้ายตัวอ่อนแล้วแต่ก็ตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ โดยแพทย์พิจารณาแล้วว่าสาเหตุอาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างเกี่ยวกับเซลล์ไข่ ฝ่ายหญิงที่มีอายุมากจนแทบไม่เหลือเซลล์ไข่ และลองกระตุ้นไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้วแต่ได้เพียงแค่ 1-2 ใบ มีภาวะหมดประจำเดือนก่อนกำหนด ส่งผลให้รังไข่เสื่อมสภาพจนไม่สามารถผลิตเซลล์ไข่ได้ [...]

การบริจาคไข่ & การใช้ไข่บริจาค แบบถูกกฎหมาย2021-10-01T14:53:28+07:00

มีอสุจิ 4 ล้านตัวสามารถท้องธรรมชาติได้ไหม

2021-10-01T14:28:15+07:00

สัมภาษณ์อาจารย์ พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์ ในหัวข้อ มีอสุจิ 4 ล้านตัวสามารถท้องธรรมชาติได้ไหม มีอสุจิ 4 ล้านตัวสามารถท้องธรรมชาติได้ไหม การดูคุณภาพอสุจิมีเกณฑ์มาตราฐานที่กำหนดโดย WHO เลยนะครับ เพื่อประเมินว่าคุณภาพอสุจิของผู้ชายสักคนนึงถ้าเขามีการเจริญพันธ์ปกติก็สามารถมีเพศสัมพันธ์กันปกติแล้วก็ตั้งครรภ์ได้ จะมีเกณฑ์ดังนี้ 1.เวลาหลั่งน้ำอสุจิหนึ่งครั้งจะต้องมีปริมาณน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาอย่างน้อยๆ 1.5 มิลลิลิตรขึ้นไป เพราะว่าเวลาที่หลั่งน้ำอสุจิไว้ในช่องคลอด น้ำอสุจิทั้งหมดจะไม่ได้ไหลเข้าไปในโพรงมดลูกหรือไหลเข้าไปจนถึงท่อนำไข่และไปเจอกับไข่ได้ แต่น้ำอสุจิส่วนนึงจะถูกกักไว้ที่บริเวณปากมดลูกโดยที่ปากมดลูกจะมีการผลิตมูกเหนียวๆเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไป น้ำอสุจิสำหรับร่างกายผู้หญิงโดยธรรมชาติเขาถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมครับ เพราะฉะนั้นมูกที่ปากมดลูกจะเป็นตัวสกัดไว้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำอสุจิตั้งต้นเกินกว่า 1.5 มิลลิลิตร มันถึงจะมีบางส่วนที่เหลือแล้วก็ไหลผ่านเข้าไปจนถึงปลายท่อนำไข่แล้วก็ปฏิสนธิกับไข่ได้ 2.ความเข้มข้นของจำนวนอสุจิ คือในแต่ละมิลลิลิตรของน้ำอสุจิจะต้องมีจำนวนอสุจิอย่างน้อยๆ 15 ล้านตัวต่อ 1 มิลลิลิตร [...]

มีอสุจิ 4 ล้านตัวสามารถท้องธรรมชาติได้ไหม2021-10-01T14:28:15+07:00

เคยเก็บไข่ไปแล้วเกิดภาวะท้องอืดถ้ามาเก็บอีกครั้งจะมีโอกาสเป็นอีกไหม

2021-10-05T17:06:49+07:00

เคยเก็บไข่ไปแล้วเกิดภาวะท้องอืดถ้ามาเก็บอีกครั้งจะมีโอกาสเป็นอีกไหม เคยเก็บไข่ไปแล้วเกิดภาวะท้องอืดถ้ามาเก็บอีกครั้งจะมีโอกาสเป็นอีกไหม หลายๆคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมเราเก็บไข่ไปแล้วถึงต้องเกิดภาวะท้องอืดตามมาด้วย อาจารย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช ได้กล่าวว่าภาวะท้องอืดที่จะเกิดขึ้นหลังจากเก็บไข่นั่น จะมากหรือน้องก็ขึ้นอยู่กับจำนวนไข่ที่ที่เราได้ในรอบนั้นด้วย ถ้ามีไข่จำนวนมากถุงที่สร้างไข่ก็จะสร้างของเหลวมากยิ่งขึ้นเช่นกัน พอเราเก็บไข่ออกไปแล้วแต่ของเหลวนั้นจะยังอยู่อีกระยะหนึ่งจึงทำให้เกิดภาวะท้องอืดได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะท้องอืด ภาวะท้องอืดที่เกิดหลังจากการกระตุ้นไข่ กระบวนการของการกระตุ้นไข่จะมีการให้ฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนชนิดฉีดเข้าที่บริเวณผิวหนังหน้าท้อง ซึ่งเป็นฮอร์โมนแบบเดียวกับที่ต่อมใต้สมองเราสร้างคือฮอร์โมนที่ชื่อว่า FSH พอเราฉีดเข้าไปเพื่อเพิ่มปริมาณฮอร์โมนมากขึ้น ก็เท่ากับเหมือนเพิ่มการทำงานทำให้เหมือนกับที่สมองไปกระตุ้นรังไข่เราให้สร้างไข่ ก็จะมีฮอร์โมนไปกระตุ้นมากขึ้นและจะทำให้รังไข่สามารถสร้างไข่จำนวนมากขึ้น คราวนี้พอมีไข่จำนวนมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีไข่เกิน 15-20 ใบขึ้นไป ปัญหาที่ตามมาหลังจากที่เราเจาะเก็บไข่ไปแล้วก็คือ ในถุงที่สร้างไข่ที่เป็นที่อยู่เดิมของไข่ก่อนที่เราจะเจาะเอาออกไป ถุงนั้นจะมีการสร้างของเหลวออกมา ซึ่งถึงเราจะเก็บไข่ไปแล้วแต่ถุงนี้จะยังคงสร้างของเหลวไปอีกระยะหนี่ง อาจจะประมาณสัก 5-7 วัน ถ้าเรามีไข่จำนวนมากก็จะมีของเหลวจำนวนมากไหลอยู่ในช่องท้องของเรา เพราะฉะนั้นเมื่อช่องท้องมีน้ำสะสมอยู่เยอะๆท้องก็จะอืดจะแน่นขึ้น [...]

เคยเก็บไข่ไปแล้วเกิดภาวะท้องอืดถ้ามาเก็บอีกครั้งจะมีโอกาสเป็นอีกไหม2021-10-05T17:06:49+07:00

แก้หมันหรือทำเด็กหลอดแก้วดี ถามตอบกับหมอต้น

2021-10-05T17:07:30+07:00

แก้หมันหรือทำเด็กหลอดแก้วดี ถามตอบกับหมอต้น แก้หมันหรือทำเด็กหลอดแก้วดี? หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่าในปัจจุบันนี้นอกจากวิธีการแก้หมันแล้วการทำเด็กหลอดแก้วยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนที่ทำหมันแล้วให้สามารถมีบุตรได้โดยที่ไม่ต้องแก้หมันอีกด้วย อาจารย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช ได้มาให้สัมภาษณ์ว่าระหว่างวิธีการแก้หมันกับทำเด็กหลอดแก้วควรเลือกวิธีไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งคุณหมอต้นได้บอกว่าการทำหมันจะถือว่าเป็นการทำหมันแบบถาวรเสมอ จะไม่มีการเลือกว่าจะทำเผื่อแก้หรือทำแบบไหนเพราะสุดท้ายแล้วการทำหมันไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ถือว่าเป็นถาวรทั้งหมด การทำหมันของผู้หญิงและผู้ชายทำอย่างไร การทำหมันผู้หญิง การทำหมันผู้หญิงจะเป็นการตัดท่อนำไข่ทั้งสองข้างแล้วผูกให้เป็นปมเพื่อที่จะให้ส่วนที่ถูกตัดแยกออกจากกันให้ได้มากที่สุดแล้วจะทำให้ไข่กับอสุจิไม่มีทางมาเจอกัน นอกจากตัดแล้วบางทีเราก็จะมีการใช้ไฟฟ้าจี้ทำลายเซลล์ทำลายเส้นเลือดบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้มีการเชื่อมต่อได้อีก การทำหมันผู้ชาย การทำหมันผู้ชายเราก็ตัดท่อนำอสุจิเหมือนกันจึงทำให้อสุจิที่สร้างจากลูกอัณฑะไม่สามารถไหลออกมาทางปลายอวัยวะเพศตอนที่เราหลั่งอสุจิได้ อันนี้เรียกว่าทำหมัน ถ้าอยากมีลูกแก้หมันดีไหม? เราต้องเข้าใจด้วยว่าท่อนำไข่มันไม่ใช่เป็นแค่ทางผ่านที่ทำให้อสุจิกับไข่มาเจอกันเฉยๆ [...]

แก้หมันหรือทำเด็กหลอดแก้วดี ถามตอบกับหมอต้น2021-10-05T17:07:30+07:00

การอุ้มบุญแบบถูกกฎหมาย ใครสามารถทำได้บ้าง?

2021-09-23T16:08:36+07:00

การอุ้มบุญแบบถูกกฎหมาย ใครสามารถทำได้บ้าง? การอุ้มบุญแบบถูกกฎหมาย ใครสามารถทำได้บ้าง? คู่สามีภรรยาปัจจุบันหลายคู่มักมีปัญหาเรื่องการมีลูกยากกันมากยิ่งขึ้น เพราะอาจจะด้วยปัญหาสุขภาพที่ไม่สามารถมีลูกเองได้ หรือไม่สามารถมีได้ด้วยปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่กำเนิดของทั้งคู่ การใช้วิธีอุ้มบุญจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำหรับคนอยากมีลูก แต่กฎหมายในประเทศไทยปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีอุ้มบุญ ได้รับการคุ้มครองและควบคุมตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 เพื่อคุ้มครองเด็กจากการค้ามนุษย์ การอุ้มบุญ คือ การให้ผู้หญิงคนอื่นมาตั้งครรภ์แทนคู่สามีภรรยาที่ไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ ใช้วิธีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในการรักษา(เด็กหลอดแก้ว) โดยการใช้เซลล์ไข่และเชื้ออสุจิของคู่สามีภรรยามาปฏิสนธิด้วยวิธีเด็กหลอดแก้วจนกลายเป็นตัวอ่อน แล้วนำตัวอ่อนย้ายไปฝังไว้ที่มดลูกของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป และเมื่อเด็กคลอดออกมาก็จะถือว่ายังเป็นลูกของคู่สามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีลูกด้วยวิธีอุ้มบุญอาจจะต้องศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อการรักษาแบบถูกต้องตามกฎหมาย ใครที่สามารถใช้วิธีการรักษาด้วยการอุ้มบุญได้บ้าง? ผู้ที่จะสามารถใช้วิธีการอุ้มบุญได้นั้นจะต้องผ่านการประเมินร่างกายจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์ส่งรายละเอียดทำหนังสือถึงทางแพทยสภาเพื่อขออนุมัติการรักษาด้วยการอุ้มบุญ โดยมีภาวะต่อไปนี้ - ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกจนไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ - ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดมดลูกออกไปด้วยปัจจัยทางการแพทย์ - ผู้ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ด้วยโรคประจำตัว [...]

การอุ้มบุญแบบถูกกฎหมาย ใครสามารถทำได้บ้าง?2021-09-23T16:08:36+07:00

นัดวันปรึกษาแพทย์

วันที่นัด *