ทํากิ๊ฟท์ (GIFT) คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร

ในอดีตการรักษามีบุตรยากเรียกว่า การทำกิ๊ฟท์ (GIFT) ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่มีการพัฒนามากที่สุด ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนามาเป็นการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ICSI ซึ่งการทำกิ๊ฟท์กับการทำเด็กหลอดแก้วมีขั้นตอนที่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด หลายๆคนอาจสงสัยว่าการทำกิ๊ฟท์ มีขั้นตอนอย่างไร วิธีไหนมีโอกาสสำเร็จมากกว่ากัน หรือมีความต่างกันอย่างไร

ทํากิ๊ฟท์ (GIFT) คืออะไร

การทำกิ๊ฟท์ GIFT (gamete-intrafallopian-transfer) คือ การวางยาสลบคนไข้และผ่าตัดหน้าท้อง 3 รู นำเอาไข่และตัวอสุจิกลับไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิกันตามธรรมชาติ เมื่อปฏิสนธิกันเรียบร้อยแล้วก็จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเดินทางมาฝังตัวในโพรงมดลูก และเกิดเป็นการตั้งครรภ์ในที่สุด

การทํากิ๊ฟท์มีขั้นตอนวิธีการทำอย่างไร

  • เริ่มด้วยการให้ยากระตุ้นไข่ อาจจะเป็นการรับประทาน ฉีด หรือพ่นเข้าจมูก และอื่น ๆ โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล ส่วนมากจะใช้เวลาในการกระตุ้นนาน 7-10 วัน
  • อัลตร้าซาวด์ตรวจดูการตอบสนองของรังไข่ เมื่อได้ไข่ที่มีขนาดตรงตามที่ต้องการและมีจำนวนมากพอแล้ว รวมถึงมีฮอร์โมนเพิ่มขึ้นในระดับที่เหมาะสม แพทย์จะทำการกระตุ้นให้ไข่ตก
  • หลังจากกระตุ้นให้ไข่ตก 34-36 ชั่วโมง ก็จะทำการเจาะไข่ โดยใช้เข็มเจาะถุงไข่แล้วดูดเอาไข่ภายในถุงออกมา นิยมทำได้ 2 วิธี คือ
  1. เจาะผ่านทางผนังหน้าท้อง โดยใช้กล้องตรวจบริเวณช่องท้องซึ่งสามารถเห็นรังไข่ได้ชัดเจน แล้วจึงใช้เข็มเจาะดูดไข่ออกมาโดยตรง
  2. เจาะผ่านผนังช่องคลอด โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ที่มีเข็มเจาะดูดไข่ติดอยู่ที่หัวตรวจ และดูดไข่ออกมาผ่านทางช่องคลอด

* แต่ทั้ง 2 วิธีนี้จะทำการรักษาโดยการผ่าที่หน้าท้อง และเจาะรูเพื่อนำเครื่องมือเข้าไปเจาะหรือดูดไข่ รวมถึงการนำไข่กับอสุจิใส่กลับเข้าไปที่ท่อนำไข่ ทั้งหมดนี้จะเป็นการทำผ่านการผ่าที่หน้าท้องทั้งหมด

การทํากิ๊ฟท์มีขั้นตอนวิธีการทำอย่างไร

  • การย้ายเซลล์ไข่และอสุจิเข้าสู่ท่อนำไข่ ที่ปัจจุบันมักใช้การส่องกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopy) โดยไข่ที่ถูกเลือกไว้จะถูกดูดเข้ามาในสายยางที่ใช้สำหรับย้ายเซลล์สืบพันธุ์เข้าไปไว้ในบริเวณของท่อนำไข่ พร้อมกับเชื้ออสุจิ เพื่อให้เกิดการการปฏิสนธิกันตามธรรมชาติ
  • แพทย์จะให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน หลังจากนั้นจะทดสอบการตั้งครรภ์ โดยการตรวจระดับฮอร์โมน hCG โดยตรวจได้ในกระแสเลือดประมาณ 12 วันหลังจากใส่ตัวอ่อน

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับการทำกิ๊ฟท์

  • ผู้หญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ แต่จำเป็นต้องมีท่อรังไข่ที่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
  • ผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ ไข่ไม่ตก ไม่มีการผลิตไข่ 
  • ผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์
  • ผู้ชายมีจำนวนอสุจิน้อยหรืออสุจิไม่แข็งแรง 
  • สามีภรรยาที่มีลูกยากโดยไม่ทราบสาเหตุ

การทำกิ๊ฟท์ต่างกับเด็กหลอดแก้วอย่างไร

การทำกิ๊ฟท์เป็นวิธีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์โดยการผ่าที่หน้าท้องเพื่อนำอสุจิและไข่ใส่ไว้ที่ท่อนำไข่ และให้เกิดการปฏิสนธิภายกันตามธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้ว

แต่ในส่วนของการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และ การทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นกระบวนการของการรักษาในปัจจุบันที่พัฒนากว่าโดยที่ไม่ต้องเจาะหรือผ่าที่หน้าท้อง แต่จะใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดไม่ต้องมีการผ่าหน้าท้อง นำไข่กับอสุจิผสมกันภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ

แล้วจะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะ Blastocyst หรือตัวอ่อนระยะ 5 วัน ก่อนที่จะย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ โดยการรักษาแบบเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

การทำกิ๊ฟท์ต่างกับเด็กหลอดแก้วอย่างไร

หากไม่เหมาะกำการทำกิ๊ฟ มีทางเลือกอะไรอีกบ้าง  

Q&A รวมคำถามที่คนสงสัยเกี่ยวกับการทำกิ๊ฟท์

ทํากิ๊ฟท์หญิงหญิงทำได้หรือไม่

ทํากิ๊ฟท์หญิงหญิงทำได้หรือไม่

ในประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ด้วยข้อกไหนดทางกฏหมาย เพราะการทำกิ๊ฟท์หรือเด็กหลอดแก้วนั่นจำเป็นต้องมีเอกสารใบทะเบียนสมรสประกอบด้วย ซึ่งประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้เพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้ ดังนั้นตามกฏหมายไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงผู้หญิง หรือ ผู้ชายผู้ชาย ยังไม่สามารถทำกิ๊ฟท์ได้

ทํากิ๊ฟท์ไม่มีสามีทำได้ไหม

ในประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ทำได้ แต่ในกรณีของการทำกิ๊ฟท์ที่ต่างประเทศนั้นก็จะมีขั้นตอนการทำเหมือนการทำ IVF ปกติเลยแต่จะเพิ่มเติมตรงที่ตัวเสปิร์มจะมีการไปนำมาจาก Sperm Bank หรือที่เรียกว่าธนาคารเสปิร์ม โดยที่เราจะไม่รู้ตัวตนของเจ้าของเสปิร์มเลย และก็มีการเริ่มกระตุ้นไข่และทำตามขั้นตอนของ IVF เลย

ทํากิ๊ฟ ราคา ต่างกับการทำ ICSI ไหม

เนื่องจากในอดีตสถานที่รักษามีบุตรยากยังมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างมาก ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้การรักษามีบุตรยากด้วยวิธีการทำกิ๊ฟท์ ที่ต้องผ่าตัดหน้าท้องจะเกิดขึ้นเพียงแค่สถานพยาบาลที่มีอุปกรณ์ที่พร้อมเท่านั้น คนไข้ที่รับการรักษาจึงต้องยอมจ่ายด้วยราคาที่สูง ประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป

แต่ ณ ขณะนั้นก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสุด จนมาถึงปัจจุบันการรักษาผู้มีบุตรยากถูกพัฒนาไปไกลจนกลายเป็นเด็กหลอดแก้วที่มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น ราคาการรักษาในปัจจุบันก็ยังถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงด้วยต้นทุนทางการแพทย์และเทคโนโลยี แต่ถ้าหากเทียบแล้วการรักษารูปแบบนี้จะมีราคาที่ถูกกว่าการทำกิ๊ฟท์เป็นอย่างมาก เริ่มต้นเพียง 100,000-200,000 เท่านั้น ทั้งยังมีโอกาสสำเร็จและความปลอดภัยที่มากกว่า

สรุป

วิธีการรักษามีบุตรยากแบบทำกิ๊ฟท์เป็นวิธีการรักษาผู้มีบุตรยากในอดีตซึ่งในปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว เนื่องจากเป็นวิธีที่มีโอาสสำเร็จต่ำ และยังมีผลข้างเคียงค่อนข้างสูง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนามาเป็นการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ICSI

นอกจากจะไม่ต้องเจ็บตัวหรือเสียเวลาพักฟื้นแล้ว โอกาสสำเร็จยังมีมากถึง 70-80% จึงกลายมาเป็นวิธีการรักษามีบุตรยากที่ได้รับความนิยมมากกว่า รวมถึงในเรื่องของค่าใช้จ่ายการทำกิ๊ฟท์จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากในอดีตสถานที่รับทำกิ๊ฟท์มีน้อยมาก ทำให้คนไข้ไม่มีตัวเลือกเยอะ ต่างกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน

พอกลายเป็นที่นิยมก็เริ่มมีสถานที่รับรักษาเยอะขึ้น ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น การแข่งขันค่อนข้างสูงทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF และ ICSI นั้นถูกลง

วิธีการรักษามีบุตรยากแบบทำกิ๊ฟท์