เลือดล้างหน้าเด็ก

เลือดล้างหน้าเด็ก อาการที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่มือใหม่หลายๆคน บางคนก็บอกว่ามันคือสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ แต่กับคนบางกลุ่มที่ยังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ อาจเป็นที่สงสัยกันมากว่า ความจริงแล้วเลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร แตกต่างกับประจำเดือนอย่างไร หากเกิดอาการเลือดล้างหน้าเด็กแล้วต้องทำอย่างไร จะเป็นอันตรายหรือเปล่า?

Table of Contents

เลือดล้างหน้าเด็ก คืออะไร

เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation bleeding) หรือ เลือดล้างหน้า คือ สัญญาณเตือนเตรียมตั้งครรภ์อีกอย่างหนึ่ง จะเกิดขึ้นเฉพาะกับคุณแม่บางคนเท่านั้น ไม่ใช่คุณแม่ทุกคนที่จะเจอกับอาการนี้ ซึ่งเลือดล้างหน้าเด็กจะเป็นเลือดจางๆ ที่ออกมาจากทางช่องคลอด มักจะมาก่อน 1 สัปดาห์ หรือใกล้เคียงกับประจำเดือนรอบถัดไป อาการเลือดล้างหน้าเด็กนี้จะอยู่ประมาณ 1 – 2 วัน เท่านั้น แล้วจะหยุดไปเอง

เลือดล้างหน้าเด็ก มาตอนไหน

เลือดล้างหน้าเด็กจะเกิดขึ้นหลังการปฏิสนธิของไข่และอสุจิประมาณ 7-9 วัน เราจะเห็นได้ว่าภาวะนี้เกิดขึ้นก่อนที่ประจำเดือนจะขาดประมาณ 1 สัปดาห์ เลือดที่ออกมาจะมีลักษณะแตกต่างจากประจำเดือนปกติ คือจะมีลักษณะเป็นสีชมพูออกมาเพียงเล็กน้อย หรือเป็นประจําเดือนสีน้ําตาล กระปิดกระปอย อาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งไม่ได้เกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์บางคนอาจไม่มีอาการนี้

เลือดล้างหน้าเด็ก มีอาการอย่างไร

อาการเลือดล้างหน้าเด็ก

สัญญาณเตือนว่าตอนนี้คุณแม่กำลังจะมีอาการเลือดล้างหน้าเด็ก

  • รู้สึกเหนื่อย ปวดหัวเล็กน้อย
  • มีอาการอาเจียน จากการแพ้ท้อง
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย
  • ปัสสาวะมากกว่าปกติ
  • เต้านม หรือ หัวนมบวมขึ้น
เป็นโรคในระบบสืบพันธุ์ อยากมีลูก อยากตั้งครรภ์ ปรึกษาแพทย์ฟรี คลิก

ปัจจัยอื่นที่ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด

ปัจจัยอื่นที่ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด

1. เลือดออกเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์

หากมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรงหรือมีการใช้สิ่งแปลกปลอมสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศขณะที่เพศสัมพันธ์ ก็อาจทำให้ภายในช่องคลอดเกิดการฉีกขาด ส่งผลให้มีเลือดออกทางช่องคลอดได้ แต่ถ้าหากเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ จะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงจนทำให้ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น และการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอดได้เช่นกัน

2. การคุมกำเนิดบางประเภท

จะมีโอกาสให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอด หรือประจำเดือนมาผิดปกติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรับประทานยาคุมไม่สม่ำเสมอ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้การคุมกำเนิดด้วยใช้วิธีห่วงอนามัย ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน

3. ผลข้างเคียงจากโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์

การทำงานที่ผิดปกติของมดลูกและโรคทางระบบสืบพันธ์ เช่น โรคกลุ่มอาการรังไข่ที่มีถุงน้ำหลายใบ (PCOS) ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือรอบเดือนมีความผิดปกติ ก็อาจพบเลือดออกจากช่องคลอดได้

บทความอ่านเพิ่มเติม : รู้จักภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS) คืออะไร? สาเหตุ อาการ มีวิธีรักษาอย่างไร

4. การอักเสบติดเชื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน

การติดเชื้อในบริเวณอุ้งเชิงกรานที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอด โดยเฉพาะโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคซิฟิลิส โรคหนองใน อื่น ๆ

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

เป็นความผิดปกติที่ค่อนข้างอันตรายทั้งกับแม่และเด็ก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและมีเลือดออกมากผิดปกติ ถ้าหากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต

การแท้งลูก

อาการเลือดออกและปวดท้องอย่างรุนแรงถือเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะแท้งที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรระมัดระวัง และหากเกิดอาการขึ้นควรรีบพบแพทย์ทันที

เลือดล้างหน้าเด็ก Vs ประจำเดือน

เลือดล้างหน้าเด็ก vs ประจำเดือน

1. ระยะเวลาที่เลือดออก

เลือดล้างหน้าเด็กจะไหลประมาณ 1-2 วัน โดยจะมีช่วงก่อนประจำเดือนในรอบถัดไปมา 1 สัปดาห์ ในขณะที่ประจำเดือนจะมาประมาณ 5-7 วัน

2. ลักษณะของเลือด

เลือดล้างหน้าเด็กจะไหลแค่เล็กน้อย หรือไหลแบบกระปริดกระปรอย บางคนอาจจะไม่รู้สึกตัวหรือไม่ได้สังเกตุ ในขณะที่เลือดประจำเดือนจะมีเลือดไหลออกมาจำนวนมากกว่า

3. สีของเลือด

เลือดล้างหน้าเด็กจะเป็นสีชมพูจางๆ สีน้ำตาล หรือสีแดงอ่อนๆ ในขณะที่เลือดประจำเดือนจะเป็นสีแดงสด และสีแดงคล้ำ

บทความอ่านเพิ่มเติม : อาการก่อนเป็นประจำเดือน (PMS) มีอะไรบ้าง ต่างกับอาการคนตั้งครรภ์อย่างไร

เลือดล้างหน้า ตรวจครรภ์เจอไหม

ตรวจครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์หลังพบว่ามีเลือดล้างหน้าเด็ก สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ แต่ควรรอประมาณ 1 สัปดาห์หรือหลังจากพบเลือดล้างเด็ก 1 เดือน แล้วจึงทำการตรวจ เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่แน่นอน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจให้

ฝากครรภ์และตรวจครรภ์สม่ำเสมอ ลูกสมบูรณ์ แข็งแรง ลดโอกาสแท้ง ปรึกษาแพทย์ฟรี คลิก

วิธีตรวจครรภ์มีอะไรบ้าง

  1. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Pregnancy Test Strip) มีลักษณะเป็นแผ่นสำหรับนำไปจุ่มลงในปัสสาวะ บางยี่ห้อจะมีถ้วยตวงขนาดเล็กมาด้วยเพื่อใช้ในการเก็บปัสสาวะ เมื่อเก็บปัสสาวะแล้วจึงค่อยนำเอาแผ่นทดสอบไปจุ่มลงในปัสสาวะประมาณ 3 วินาที แล้วเอาขึ้นมาตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที
  2. ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Pregnancy Test Cassette) หรือเรียกอีกอย่างว่าแบบตลับ มีอุปกรณ์มาให้ 3 อย่างได้แก่ ถ้วยตวงสำหรับเก็บปัสสาวะที่จะทำการตรวจ หลอดหยด และตลับตรวจครรภ์ วิธีการใช้คือให้นำปัสสาวะใส่ถ้วยตวงแล้วใช้หลอดหยดดูดปัสสาวะจากถ้วยก่อนจะหยด 3-4 หยดลงในตลับตรวจครรภ์ แล้วตั้งทิ้งไว้รออ่านผลตรวจหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที
  3. ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาหรือที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) จะมีแท่งตรวจสอบการตั้งครรภ์สามารถถอดฝาครอบแล้วถือแท่งทดสอบให้ทิศทางลูกศรชี้ลง จากนั้นปัสสาวะผ่านประมาณ 30 วินาที แล้วตั้งทิ้งไว้เป็นเวลา 3-5 นาทีจะปรากฏผลการตั้งครรภ์
  4. ที่ตรวจครรภ์แบบดิจิทัล (Digital Pregnancy Test) คล้ายแบบปากกาใช้การตรวจด้วยการปัสสาวะผ่านเช่นกัน แต่จะมีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล ใช้เวลาในการรอผลประมาณ 3 วินาทีและให้ผลการตรวจที่ค่อนข้างแม่นยำแต่มีราคาสูง

การอ่านผลที่ตรวจครรภ์

  • ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด กรณีที่พบขีดขึ้น 1 ขีดที่บริเวณตัว C หรือ Control Line แสดงว่า ไม่ตั้งครรภ์ ทั้งนี้อาจเกิดจากการตรวจครรภ์เร็วเกินไป แต่ถ้าไม่มั่นใจควรตรวจซ้ำโดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-3 วัน หากตั้งครรภ์จริงปริมาณฮอร์โมน HCG ก็จะสูงขึ้น การตรวจครรภ์ก็จะยิ่งแม่นยำขึ้น
  • ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีด บนที่ตรวจครรภ์จะมีอักษรตัว C และตัว T กำกับเอาไว้ ถ้าผลการทดสอบมีเส้นขึ้นทั้งสองขีด คือ ที่ Control Line (C) และ Test Line (T) แสดงว่า ตั้งครรภ์

เลือดล้างหน้าเด็ก อันตรายไหม

เลือดล้างหน้าเด็ก อันตรายไหม

เลือดล้างหน้าเด็ก หรือเลือดล้างหน้า เป็นอาการที่ไม่อันตราย และจะมีอาการเพียง 1-2 วันเท่านั้น แต่หากมีเลือดออกติดต่อกันเกินกว่า 2 วัน และมีปริมาณมากกับสีของเลือดผิดปกติ คือเลือดออกมากหรือเลือดเป็นลิ่ม สีของเลือดมีสีแดงสดแทนที่จะเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาลก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในมดลูก หรือเป็นอาการที่อันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น การแท้ง หรือการตั้งครรรภ์นอกมดลูก การเลือดออกไม่ได้มีเพียงอาการเลือดล้างหน้า เท่านั้น เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อย

หากมีเลือดล้างหน้าเด็ก จะมีอาการตกขาวร่วมด้วยไหม

หากมีเลือดล้างหน้าเด็ก ก็เป็นไปได้ว่ามีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ ส่วนการมีตกขาวหรือมูกไข่ตกร่วมด้วย ซึ่งตกขาวมักจะมาก่อน ระหว่าง หรือหลังการมีรอบเดือน ซึ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ยังสามารถมีตกขาวได้

เลือดล้างหน้า มาตอนท้องกี่เดือน

เลือดล้างหน้าเด็กจะมาหลังการปฏิสนธิของไข่และอสุจิประมาณ 7-9 วัน ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนที่ประจำเดือนรอบถัดไปจะมาประมาณ 1 สัปดาห์

เลือดล้างหน้า มาเยอะสุดกี่วัน

ระยะเวลาที่เลือดออก เลือดล้างหน้าจะอยู่นานแค่ 1-2 วัน ขณะที่ประจำเดือนจะเป็นนาน 3-5 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน

เลือดล้างหน้า ปวดท้องไหม

อาการเลือดล้างหน้าเป็นเพียงอาการเล็กๆที่สามารถบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ได้ ในบางรายอาจจะมีอาการปวดท้องเล็กๆร่วมด้วยซึ่งไม่ควรมีอาการที่มากเกินไป ระดับความรุนแรงจะคล้ายแค่ปวดเบาเวลามีประจำเดือนเท่านั้น

เลือดล้างหน้ามาตอนไหน

ในความเชื่อที่ส่งต่อกันมา เลือดล้างหน้าจะมาตอนที่ตัวอ่อนมีการฝังตัวในโพรงมดลูกของคุณแม่ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติแล้วเกิดเป็นตัวอ่อนหรือการรักษามีบุตรยากแบบ  IVF ICSI IUI แล้วเกิดการสำเร็จ

เลือดล้างหน้า มีกลิ่นไหม

เลือดล้างหน้าคล้ายมีประจำเดือนไม่ควรมีกลิ่นที่รุนแรงมีเพียงกลิ่นคาวเลือดปกติในระดับที่น้อยเพราะมีปริมาณไม่มาก หากเกินกลิ่นที่รุนแรงหรือกลิ่นที่ชัดเจนเกินไป เช่น เหม็นน้ำคาวปลา หรือผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจดูความปกติ

ข้อสรุป

เลือดล้างหน้าคือ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนประจำเดือนในรอบถัดไปมาประมาณ 1 สัปดาห์ เลือดล้างหน้าเด็กไม่มีอันตรายใดๆและจะมาเพียง 1-2 วันเท่านั้น เมื่อคุณแม่แน่ใจว่ามีเลือดล้างหน้าเด็กไหลออกมาให้ลองตรงการตั้งครรภ์ แต่หากต้องการความแม่นยำแนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจการตั้งครรภ์ให้อย่างละเอียด ทั้งนี้หากคุณแม่ท่านไหนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @beyondivf