ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน


ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (
Progesterone) ที่ถูกเรียกว่า ฮอร์โมนเพศหญิง แน่นอนว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับประจำเดือน และการตั้งครรภ์ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ทราบอย่างละเอียดว่าแท้จริงแล้วฮอร์โมนนี้มีหน้าที่อย่างไร สำคัญแค่ไหน แล้วหากพบปัญหาฮอร์โมนต่ำหรือสูงเกินไป ต้องทำอย่างไร

แน่นอนว่าถ้าอยากมีลูก การมีเพศสัมพันธุ์ในวันที่ไข่ตกจะมีโอกาสในการตั้งครรภ์สูง แต่ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่ตกวันไหน อาการไข่ตก เป็นอย่างไร มีสัญญาณอะไรเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าจะถึงวันที่ไข่ตก แล้วร่างกายจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่าไร สามารถสังเกตุได้ดังนี้

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

Progesterone (ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน) คือ ฮอร์โมนเพศหญิงที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมภาวะไข่ตกและการมีประจำเดือน และคอยควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย ได้แก่ การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย ความหิว การนอน ความรู้สึกต่างๆ รวมถึงความต้องการทางเพศ และการสร้างฮอร์โมนหลายชนิดรวมถึงควบคุมการหลั่งฮอร์โมนด้วย จึงมีความเกี่ยวข้องในการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์

อยากมีลูก ไม่ท้องสักที รีบปรึกษาแพทย์ ก่อนถึงวัยมีลูกยาก ปนึกษาแพทย์ฟรี คลิก

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทําหน้าที่ใดในร่างกาย

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทําหน้าที่

โปรเจสเตอโรนทำหน้าที่ดังนี้

  • โปรเจสเตอโรนจะไปกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณเยื่อบุมดลูกเพิ่มขึ้น เพื่อให้เยื่อโพรงมดลูกหนาและคงตัวพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่หากไม่มีการปฏิสนธิโปรเจสเตอโรนก็จะลดระดับลงทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน
  • ขณะตั้งครรภ์โปรเจสเตอโรนจะยับยั้งมดลูกไม่ให้บีบตัว แต่เมื่อใกล้คลอดโปรเจสเตอโรนจะลดปริมาณลง มดลูกจึงบีบตัวเพื่อช่วยในการคลอดลูก
  • ขณะตั้งครรภ์โปรเจสเตอโรนจะช่วยปรับการทำงานของร่างกายเพื่อให้เหมาะกับทารกที่จะเติบโตอยู่ในครรภ์ เช่น กระตุ้นให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หายใจเร็วขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้ข้อต่อและเอ็นยืดขยายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสรีระเมื่อทารกเติบโตในครรภ์

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนกับการตั้งครรภ์

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนกับการตั้งครรภ์

ในช่วงที่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปกติมาก โดยการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนจะส่งผลให้เส้นเอ็นและข้อต่อเกิดการคลายตัวมากขึ้น รวมทั้งทำให้โครงสร้างภายในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับทารกในครรภ์และการคลอดบุตร โดยมีผลต่อร่างกายคุณแม่ ดังนี้

  • ทำให้มดลูกขยายตัวและเปลี่ยนแปลงรูปร่างของคุณแม่
  • กระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
  • มูกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิตัวอื่นมาผสมกับไข่อีก
  • ช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสมพร้อมกับการตั้งครรภ์
  • ช่วยส่งเสริมการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน
  • ทำงานร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อกระตุ้นการทำงานของท่อน้ำนม
  • ป้องกันการหดหรือบีบตัวของมดลูกระหว่างการตั้งครรภ์
อยากมีลูก ไม่ท้องสักที รีบปรึกษาแพทย์ ก่อนถึงวัยมีลูกยาก ปนึกษาแพทย์ฟรี คลิก

การตรวจระดับฮอร์โมน เตรียมความพร้อมสำหรับคุณแม่

การตรวจวัดระบบฮอร์โมนถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ เพราะเราจะได้ทราบถึงความพร้อมของร่างกายว่าร่างกายมีความพร้อมที่จะตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน หรือดูจำนวนไข่และโพรงมดลูกเพื่อเตรียมในการฝังตัวอ่อนนั่นเอง การตรวจวัดระดับฮอร์โมนมีดังนี้

  • AMH = เป็นการตรวจเพื่อทดสอบคุณภาพรังไข่ การทำงานของรังไข่หรือบอกจำนวนไข่ที่สามารถผลิตได้ โดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับแอนตี้มูลเลอเรียนฮอร์โมน ซึ่งผลิตจากรังไข่ มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมน
  • E2 = Estradiol เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับภาวะเจริญพันธุ์บางส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิง หรือเป็นฮอร์โมนพื้นฐานของเพศหญิง
  • P4 = เป็นฮอร์โมนสำหรับการตั้งครรภ์ มีหน้าที่ทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงเยื่อบุโพรงมดลูกเพิ่มมากขึ้น มีผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว เพื่อเตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับรับการฝังตัวของตัวอ่อน
  • LH = คือฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นจากต่อมใต้สมอง ทำหน้าที่กระตุ้นบริเวณอัณฑะในเพศชาย และ กระตุ้นรังไข่ในเพศหญิง ซึ่งหากไม่มีฮอร์โมนดังกล่าว มนุษย์จะไม่สามารถสืบพันธุ์ได้
  • Prolactin (PRL) = เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง ซึ่งอยู่ใกล้กับส่วนล่างของสมอง สำหรับผู้ชาย จะช่วยเรื่องการผลิตอสุจิ สำหรับผู้หญิง จะช่วยควบคุมวงจรของประจำเดือน และทำให้หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น ในหญิงตั้งครรภ์ จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำนม
  • FSH = ฮอร์โมนที่จะสร้างจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า สำหรับผู้หญิง จะทำหน้าที่กระตุ้นไข่ในรังไข่ให้โตหรือกระตุ้นให้ไข่สุก สำหรับผู้ชาย ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของอัณฑะและการสร้างตัวอสุจิ
อยากมีลูก ไม่ท้องสักที รีบปรึกษาแพทย์ ก่อนถึงวัยมีลูกยาก ปนึกษาแพทย์ฟรี คลิก

ค่าระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนปกติอยู่ที่เท่าไหร่

สำหรับค่าระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนโดยทั่วไป จะแตกต่างกันตามวันที่ไข่ตก โดยมีหน่วยเป็น ng/ml

  • วันแรกที่มีประจำเดือนจนถึงวันก่อนไข่ตก ค่าฮอร์โมนจะอยู่ที่ 0.2 – 1.5 ng/ml
  • วันไข่ตก ค่าฮอร์โมนจะอยู่ที่ 0.8 – 3.0 ng/ml
  • หลังวันไข่ตกจนถึงวันก่อนมีประจำเดือนรอบถัดไป ค่าฮอร์โมนจะอยู่ที่ 1.7 – 27 ng/ml
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

ค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ ก่อนการตั้งครรภ์

หากมีค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำก่อนตั้งครรภ์ ก็จะทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากฮอร์โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่สำคัญสำหรับผู้หญิง เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อน และยังเป็นฮอร์โมนที่เสริมการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ที่เพิ่มการสะสมไกลโคเจน และยังป้องกันไม่ให้มดลูกหดรัดตัวระหว่างตั้งครรภ์

ค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ ในระหว่างการตั้งครรภ์

ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ถ้าค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ ถือว่าอันตรายมากอาจถึงขั้นการตั้งครรภ์ล้มเหลวหรือเรียกว่าแท้งบุตรนั่นเอง แต่โดยส่วนใหญ่ถ้าคุณหมอตรวจและพบว่าค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ คุณหมอจะให้รับประทานฮอร์โมน หรืออาจจะเป็นการเหน็บหรือการฉีด เพื่อให้ประครองไม่ให้เกิดการแท้งบุตรได้

ค่าฮอร์โมนไม่สมดุล ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ มีลูกยาก มีบุตรยาก คืออะไร สาเหตุ รักษาได้อย่างไร ตอบโดยแพทย์เฉพาะทาง

วิธีรักษาสมดุลของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

วิธีรักษาสมดุลของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนได้ เช่น วิ่งเหยาะๆ เต้นแอโรบิก โยคะ ไทเก๊ก เป็นต้น ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นานครั้งละ 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ รวมทั้งได้ปลดปล่อยความเครียด

ทานอาหารบำรุงฮอร์โมน

แนะนำว่าอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มีอะไรบ้าง

การเลือกทานอาหารที่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนถือว่าเป็นการเพิ่มฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติและดีต่อสุขภาพอีกด้วย การรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีดังนี้

  • กล้วย จะมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยในการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและรักษาระดับฮอร์โมนให้สมดุล 
  • ถั่ว ถั่วเต็มไปด้วยสารอาหาร เช่น สังกะสี แมกนีเซียม และวิตามินบี 6 ช่วยรักษาระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน การลดฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนโดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ช่วยต่อสู้กับความเครียด
  • เมล็ดแฟลกซ์ เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยลิกแนนและสามารถช่วยจับเอสโตรเจนส่วนเกินได้ สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกาย
  • อาหารทะเล กรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและรักษาระดับฮอร์โมนให้สมดุล อาหารทะเล เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน และปลาทูน่า อุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติ ปลาน้ำเย็น เช่น กุ้ง ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกายเช่นกัน
  • สัตว์ปีก เช่น ไก่ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 และกรดอะมิโนจำเป็นที่เรียกว่า L-Arginine ในภาวะเจริญพันธุ์ของเพศหญิงไนตริกออกไซด์มีบทบาทสำคัญในการปลูกถ่าย การสร้างเส้นเลือดใหม่ และการทำงานโดยรวมของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง อาร์จินีนช่วยในการผลิตไนตริกออกไซด์เพื่อทำหน้าที่ในการเจริญพันธุ์และการสืบพันธุ์ที่จำเป็น รวมถึงการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกาย
  • ข้าวสาลี โปรเจสเตอโรนมีความสำคัญในการป้องกันการมีประจำเดือนผิดปกติและอาการ PMS Wheatgerm เต็มไปด้วยสังกะสีซีลีเนียมแคลเซียมแมกนีเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระเช่นเบต้าแคโรทีนวิตามินบี 6 และกรดโฟลิก ร่วมกันช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งอาจช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนและอาการ PMS 
  • เมล็ดฟักทอง วิตามินซีอาร์จินีนสังกะสีแมกนีเซียมและวิตามินอีเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างโปรเจสเตอโรน เมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยสารอาหารทั้งหมดที่กล่าวมาพร้อมกับไฟโตสเตอรอลที่ช่วยในการปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนและป้องกันความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมอีกด้วย
  • ทานผลิตภัณฑ์จากนมที่มากขึ้น ถึงแม้จะมีโปรเจสเตอโรนอยู่น้อย แต่จากงานวิจัยพบว่าหากรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูงวันละ 3 หน่วยบริโภค จะเพิ่มระดับโปรเจสเตอโรนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดูแลรักษาสุขภาพจิตใจ

ทำจิตใจให้แจ่มใสเพื่อลดความเครียด เพราะความเครียดถูกจัดเป็นสิ่งที่ซับซ้อน พอๆกับการรักษาสมดุลของฮอร์โมนให้มีสุขภาพที่ดี ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพทางจิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน วิธีการช่วยให้คายเครียดมีดังนี้

  • การผ่อนคลายด้วยการยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการตึง
  • หากิจกรรมทำในสิ่งที่ชอบหรือสนใจ
  • ดูแลร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ
  • นั่งสมาธิ หลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวล 

การใช้ยา

การใช้ยาเพื่อช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะใช้เพื่อรักษาภาวะขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ควบคุมภาวะไข่ตกและการมีรอบเดือน ต้องได้รับจากการที่แพทย์จ่ายให้เท่านั้น ชนิดของยาเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะมี ยาแบบรับประทาน ยาฉีด ยาเหน็บช่องคลอด มีวิธีการใช้ดังนี้

  • ยารับประทาน
  • จะใช้ร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในการรักษาภาวะหมดประจำเดือน รับประทานยาวันละ 200 มิลลิกรัม 1 ครั้งก่อนนอน ติดต่อกัน 12-14 วันต่อเดือน
  • รักษาภาวะขาดประจำเดือนและภาวะมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ รับประทานยาวันละ 400 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 10 วัน
  • ยาฉีดจะเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • รักษาภาวะขาดประจำเดือนและภาวะมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ให้ยาวันละ 5-10 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 5-10 วัน จนกว่าจะถึง 2 วันก่อนมีประจำเดือน
  • รักษาภาวะการขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ให้ยาครั้งละ 25-100 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 15 ของการตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงสัปดาห์ที่ 8-16 อาจเพิ่มปริมาณยาได้ทุกวัน หากจำเป็น
  • ยาเหน็บช่องคลอด
  • รักษากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ใช้ยา 200 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มปริมาณเป็นครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง โดยเริ่มใช้ในวันที่ 12-14 ของรอบเดือนต่อเนื่องไปจนเริ่มมีประจำเดือน ในบางกรณีอาจใช้ยาเหน็บทางทวารหนักด้วย
  • รักษาภาวะขาดประจำเดือนและภาวะมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ใช้ยาวันละ 45 มิลลิกรัม วันเว้นวัน ตั้งแต่วันที่ 15 ถึงวันที่ 25 ของรอบเดือน อาจเพิ่มปริมาณยาเป็น 90 มิลลิกรัม หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา

**ทั้งหมดนี้ควรใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำบนเอกสารกำกับยาอย่างเคร่งครัด ไม่ควรซื้อมารับประทานหรือใช้เองโดยไม่มีการปรึกษาแพทย์

หยุดสูบบุหรี่

เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้นิโคตินเข้าไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมนตามธรรมชาติของรังไข่ และทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนออกมาได้น้อยไม่เพียงพอต่อการสร้างเซลล์ไข่หรือปรับสมดุลให้กับโพรงมดลูก

ข้อสรุป

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของผู้หญิง กลไกและหน้าที่ในการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายมีรายละเอียดและทำงานร่วมกันหลายส่วน ดังนั้นการดูแลสุขภาพกายรวมถึงสภาพจิตใจ นอนหลับพักผ่อน กินอาหารครบ 5 หมู่ ไม่เครียด ก็จะช่วยให้ฮอร์โมนต่างๆ ทำงานได้อย่างสมดุล โอกาสตั้งครรภ์ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย 

ทั้งนี้หากคุณผู้หญิงท่านใดมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเรื่องการมีบุตร สามารถแอดไลน์ @beyondivf สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อมในการมีบุตร