อสุจิบริจาค ถูกกฎหมาย อสุจิ Beyond IVF

ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่?

ใช้อสุจิบริจาคแบบถูกกฎหมาย ทำได้หรือไม่?

คู่สามีภรรยาที่เริ่มเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก อาจเกิดจากสาเหตุได้ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในกรณีที่ฝ่ายชายคุณภาพอสุจิไม่อยู่ในเกณฑ์ จนไม่สามารถตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติได้นั้น เช่น เป็นหมันโดยวิธีธรรมชาติ หรือเป็นหมันโดยวิธีทางการแพทย์ ถ้าต้องการที่จะมีบุตร อาจจะต้องใช้วิธีการใช้อสุจิบริจาคในการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยการบริจาคอสุจิเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่การบริจาคอสุจิเพื่อการค้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และสถานพยาบาลในประเทศไทยก็ยังมีธนาคารอสุจิสำหรับคู่ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากแบบถูกกฎหมายอีกด้วย ซึ่งหลายคนจึงทราบว่าธนาคารอสุจิเป็นที่สำหรับเก็บรักษาอสุจิ ซึ่งอสุจิที่เก็บจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อสุจิจากผู้บริจาคที่ไม่แสดงตัว และอสุจิจากผู้ชายที่ต้องการเก็บอสุจิไว้ โดยอสุจิที่สามารถฝากได้จะต้องเข้าข่ายหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ จึงจะสามารถฝากอสุจิได้

1.อสุจิจากฝ่ายชายที่ต้องการเก็บเพื่อรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้ เมื่อจะนำมาใช้ในภายหลังจะต้องใช้เฉพาะกับภรรยาที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ได้แก่

  • ฝ่ายชายที่ไม่สามารถเข้ามาเก็บอสุจิในวันที่จะใช้ปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ของภรรยา
  • ฝ่ายชายที่ต้องเข้ารับการรักษาโรคประจำตัวที่ต้องมีการผ่าตัดอัณฑะ ฉายแส และทำเคมีบำบัด

2.อสุจิจากผู้ที่ต้องการบริจาคเพื่อให้คู่สมรสที่มีความจำเป็นต้องใช้อสุจิบริจาค เช่น กรณีสามีไม่มีอสุจินำมาใช้ปฏิสนธิเพื่อให้ภรรยาตั้งครรภ์ ซึ่งกฏหมายในประเทศไทยปัจจุบันยังไม่อนุญาตให้คู้รักเพศเดียวกันใช้อสุจิบริจาคได้

คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถบริจาคอสุจิได้มีดังต่อไปนี้

สำหรับผู้คู่สามีภรรยาที่ต้องการรับบริจาคอสุจิ จะต้องมีหลักฐานทะเบียนสมรส และคู่สมรสต้องลงนามใน “หนังสือแสดงความยินยอมรับอสุจิบริจาค” สำหรับผู้บริจาคอสุจิจำเป็นต้องลงนามใน “หนังสือแสดงความยินยอมในการบริจาคอสุจิ” ผู้บริจาคอสุจิสามารถบริจาคอสุจิได้เฉพาะกรณีที่เมื่อบริจาคแล้วมีการตั้งครรภ์จนได้บุตรไม่เกิน 10 ครอบครัว และในกรณีที่ผู้บริจาคอสุจิมีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้บริจาคจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย และเกณฑ์การบริจาคอสุจิ มีดังนี้

  • ผู้บริจาคต้องมีอายุระหว่าง 20-45 ปี และผ่านการตรวจประเมินความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ
  • ผู้บริจาคต้องไม่เป็นญาติกับผู้รับอสุจิ
  • ผู้บริจาคต้องไม่มีประวัติการใช้ยาเสพติด
  • ผู้บริจาคต้องไม่มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ผู้บริจาคต้องไม่มีประวัติการเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • ผู้บริจาคต้องไม่มีประวัติเป็นโรคติดต่อ (เช่น HIV/AIDS)
  • ผู้บริจาคต้องยินยอมให้ตรวจหาเชื้อ HIV/AIDS ก่อนส่งตัวอย่างอสุจิและตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากตรวจครั้งแรก 6 เดือนก่อนใช้อสุจิในขั้นตอนการรักษา

สำหรับท่านไหนที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @beyondivf

ข่าวสารใหม่ๆ

การรักษาภาวะมีบุตรยาก รักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง รักษาที่ไหนดี เลือกอย่างไรดี

ธันวาคม 1st, 2021|

หมอรักษาผู้มีบุตรยากเก่งที่สุด มีจริงไหม? เลือกหมออย่างไรให้เหมาะกับคุณ

พฤศจิกายน 30th, 2021|

2021-10-15T10:54:04+07:00

นัดวันปรึกษาแพทย์

วันที่นัด *